Thai International Hospital Koh Phangan

Motor Vehicle Act

What is compulsory motor vehicle insurance?

Compulsory Motor Vehicle Insurance (CMVI), or Motor Vehicle Act Insurance, is mandatory car insurance as stipulated in the Motor Vehicle Accident Victims Protection Act B.E. 2535 (1992). This law requires vehicle owners (those whose names appear on the vehicle registration certificate or those who are leasing the vehicle) to have this insurance, and it must be renewed annually. In addition to being mandatory insurance, CMVI is also a required document for renewing vehicle tax each year. Failure to have it is a violation of the law.

The core principle of mandatory vehicle insurance (compulsory third-party liability insurance) is to provide protection to victims of traffic accidents, regardless of whether the individual is at fault or not. If damage occurs, the injured party will receive protection as stipulated by law.

Besides cars, which require annual mandatory vehicle insurance (compulsory third-party liability insurance), motorcycles and trucks also need mandatory insurance. The premium for this mandatory insurance is fixed and does not increase, but the price varies depending on the type and size of the vehicle.

Protection under the Act.

  1. ผู้ประสบภัยจากรถ จะได้รับความคุ้มครอง หากได้รับความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ซึ่งผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันต้องรับผิดตามกฎหมายดังนี้
  • กรณี ได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย  บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามความเสียหายที่แท้จริง  แต่ไม่เกิน80,000  บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณี สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร  หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง   บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน200,000 – 500,000 บาทต่อหนึ่งคน(กรณีสูญเสียอวัยวะ เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)
  • กรณี เสียชีวิต บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 500,000  บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณี ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล (คนไข้ใน) บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ200 บาท  (จำนวน รวมกันไม่เกิน 20 วัน)
  1. ค่าเสียหายเบื้องต้น บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอ โดยไม่รอการพิสูจน์ความรับผิด ดังนี้
  • กรณี ผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามจำนวนที่จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณี ผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณี ผู้ประสบภัยเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพ  ตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน(หากเกิดความเสียหาย หลายกรณี รวมกัน จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อหนึ่งคน )

หมายเหตุ :กรณี ผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกัน  จะได้รับความคุ้มครอง ไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

  1. การประกันภัย พ.ร.บ. สำหรับ ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย ได้รับความคุ้มครอง เฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น เท่านั้น

ประกันภัย พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจากรถ หากได้รับความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ซึ่งเป็นความรับผิดของผู้ขับขี่ รถคันที่เอาประกันภัยบุคคลที่ได้รับความเสียหายนั้นจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทผู้รับประกันภัยที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นให้ผู้ถูกกระทำ สำหรับผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองเฉพาะ ค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไข กรมธรรม์ ดังนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล กรณีบาดเจ็บ คุ้มครองไม่เกิน 30,000.- บาท
  • กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะฯ คุ้มครอง 35,000.- บาท
  • ทั้งสองกรณีรวมกันคุ้มครองไม่เกิน 65,000.- บาท

หมายเหตุ : หากผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูก ก็สามารถไปเรียกร้องเอาจากฝ่ายที่ต้องรับผิดได้

การเบิกประกัน พ.ร.บ.

  1. กรณีบาดเจ็บ เบิกค่ารักษาพยาบาล
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย
  3. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล

หมายเหตุ : บริษัทอาจให้ผู้ประสบภัยแสดงหลักฐานแสดงการเกิดอุบัติเหตุจากรถ หรือประจำวันตำรวจแล้วแต่กรณีเนื่องจาก เงื่อนไขการประกันภัยนี้จะคุ้มครองผู้ประสบภัยที่เกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถคันที่มีประกันภัยไว้กับบริษัทเท่านั้น ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ต้องแจ้งเหตุให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า หรือหากมีการกระทำให้มีผู้ประสบภัยจากรถแล้วเป็นความผิดทางอาญาต้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ชักช้า

  1. กรณีเบิกค่าชดเชย นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย
  3. ใบแจ้งหนี้ค่ารักษาพยาบาล หรือใบสรุปหน้างบ หรือ หนังสือรับรองการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในจากโรงพยาบาล

หมายเหตุ : กรณี ผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกัน จะได้รับความคุ้มครอง ไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

  1. กรณีทุพพลภาพถาวร หรือสูญเสียอวัยวะ
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย
  3. ใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายเพราะประสบภัยจากรถ และหลักฐานรับรองแสดงถึงการสูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพถาวร เช่น หนังสือรับรองความพิการ
  4. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
  5. กรณีเสียชีวิต
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย
  7. ใบมรณบัตร
  8. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของทายาทและบัตรประจำตัวประชาชนของทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย
  9. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน และหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตายเพราะประสบภัยจากรถ

หมายเหตุ : การจ่ายค่าเสียหาย ของบริษัทประกันภัย จะจ่ายให้กับตัวผู้เสียหายที่แท้จริงเท่านั้น หากผู้เสียหายนั้น

ไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเองได้ ก็สามารถมอบอำนาจให้กับบุคคลหนึ่ง บุคคลใดที่ท่านไว้วางใจให้มากระทำการแทนได้โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และการจ่ายค่าเสียหายนั้นทางบริษัทประกันภัยจะจ่ายเป็นเช็คชื่อผู้ประสบภัยที่แท้จริง เว้นแต่กรณีที่ผู้ประสบภัยเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะจ่ายเช็คให้กับทายาทโดยธรรมตามกฎหมายเท่านั้น

คำเตือน ผู้ใดยื่นขอรับค่าเสียหายโดยทุจริต หรือยื่นหลักฐานอันเป็นเท็จ มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. ผู้ประสบภัยจากรถหรือทายาท ของผู้ประสบภัยจากรถที่เสียชีวิต ที่ต้องการรับเงินค่าสินไหมทดแทน จาก บริษัทกลางฯด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคาร ต้องทำอย่างไร?

ขอให้ ผู้ประสบภัยหรือทายาทของผู้ประสบภัยจากรถที่เสียชีวิต ติดต่อ บริษัทกลางฯ เพื่อแจ้งความประสงค์ ให้บริษัทดำเนินการการโอนเงินค่าสินไหมฯ เข้าบัญชีธนาคาร ของผู้ประสบภัยหรือ ทายาท ของผู้ประสบภัยจากรถที่เสียชีวิต

โดยเตรียมเอกสารดังนี้

  1. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ผู้ประสบภัยหรือ ทายาทของผู้ประสบภัยจากรถที่เสียชีวิต เป็นเจ้าของบัญชีหรือภาพหลักฐานจาก Mobile Banking Application
  2. เตรียมเอกสารประกอบ การเบิกค่าสินไหมฯ และลงนามในเอกสารให้ครบถ้วนเมื่อบริษัทกลางฯได้รับเอกสารประกอบการเบิกครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการโอนเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ประสบภัยหรือทายาทของผู้ประสบภัยจากรถที่เสียชีวิต ภายใน 7 วัน โดยจะส่ง SMS แจ้งวันที่โอนเงินให้ ผู้ประสบภัยจากรถทราบล่วงหน้าก่อน 1 วัน​
  3. เอกสารการเบิกค่าสินไหมทดแทนของทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต

กรณีจดทะเบียนสมรส

ภรรยาเสียชีวิต

  1. สำเนาทะเบียนสมรส
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทายาท
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    5. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    6. ใบมรณบัตร
    7. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    8. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)

และถ้ามีบุตร / บิดามารดา ของผู้ประสบภัยยังมีชีวิต เอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สูติบัตร ของบุตรทุกคน
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หนังสือให้ความยินยอม
    4. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)
    5. เอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของบิดา มารดา  
    6. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
  • สามีเสียชีวิต 
  1. สำเนาทะเบียนสมรส
    2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทายาท
    3. สำเนาทะเบียนบ้าน
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    5. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    6. ใบมรณบัตร
    7. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    8. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)

และถ้ามีบุตร / บิดามารดา ของผู้ประสบภัย ยังมีชีวิต เอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สูติบัตร ของบุตรทุกคน
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หนังสือให้ความยินยอม
    4. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)
    5. เอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของบิดา มารดา
    6. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

กรณีไม่จดทะเบียนสมรส

  • ภรรยาเสียชีวิต (บิดา มารดายังมีชีวิต)
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนบิดา  มารดา
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. ใบมรณะบัตร
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    5. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    6. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    7. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)

และถ้ามีบุตร เอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สูติบัตร ของบุตรทุกคน
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หนังสือให้ความยินยอม
    4. ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล(ถ้ามี)
    5. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
  • สามีเสียชีวิต  (บิดา มารดายังมีชีวิต)
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนบิดา มารดา
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    4. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    5. ใบมรณบัตร
    6. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    7. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)

และถ้ามีบุตร เอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สูติบัตร  ของบุตรทุกคน
    2. เอกสารจดรับรองบุตร / คำสั่งศาลให้เป็นบุตรโดยชอบ
    3. สำเนาทะเบียนบ้าน
    4. ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
    5. หนังสือให้ความยินยอม
    6. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    7. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจผู้รับมอบอำนาจ
  • กรณี บุตร เสียชีวิต   (บิดา-มารดา จดทะเบียนสมรส)
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    3. ใบมรณบัตร
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของบิดา – มารดา  
    5. สำเนาทะเบียนสมรส
    6. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    7. หนังสือให้ความยินยอม
    8. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    9. สำเนาบัตรประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
  • กรณี บุตร เสียชีวิต (บิดา-มารดา ไม่จดทะเบียนสมรส)
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้เสียชีวิต
    2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต
    3. ใบมรณบัตร
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน มารดา
    5. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
    6. หนังสือให้ความยินยอม
    7. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทายาทไม่ได้มาติดต่อด้วยตนเอง)
    8. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

ทำอย่างไร? เมื่อประสบอุบัติเหตุจากรถ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save